โคมไฟไฮเบย์ LED เพดานสูง 8 เมตร ใช้กี่วัตต์ กี่ตัว ติดห่างกันเท่าไร

คำตอบเร็ว — โรงงาน 1,000 ตร.ม. เพดาน 8 เมตร ใช้โคมไฟไฮเบย์ LED กี่ตัว

โซนกระบวนการผลิตทั่วไป ที่กฎหมายกำหนด 300 ลักซ์:

  • ใช้โคมไฟไฮเบย์ LED 200 วัตต์ ประมาณ 26–33 ตัว ขึ้นกับว่าโคมรุ่นนั้นให้กี่ลูเมน
  • หรือโคมไฮเบย์ LED 150 วัตต์ ก็ทำได้ ใช้ราว 37–49 ตัว ขึ้นกับลูเมนของรุ่นนั้นเช่นกัน —
    จุดแขวนมากกว่า ส่วนค่าไฟขึ้นกับ lm/W ของรุ่นที่เลือก ไม่ได้ขึ้นกับว่าเป็น 150 หรือ 200 วัตต์
  • ถ้าห้องเป็น 50 × 20 เมตร และเลือกโคม 24,000 ลูเมน (ใช้ 28 ตัว)
    วางเป็นตาราง 7 แถว × 4 คอลัมน์ ห่างกัน 7.14 × 5.00 เมตรห้องสัดส่วนอื่นต้องจัดผังใหม่
  • โหลดไฟรวม 5.2–6.6 kW (เฉพาะทางเลือก 200 วัตต์)

คำนวณที่ UF 0.65 · MF 0.70 ซึ่งเป็นค่าตั้งต้น ไม่ใช่ค่าของโคมรุ่นใดรุ่นหนึ่ง
ตัวเลขนี้ใช้ตั้งงบได้ แต่ยังไม่ใช่แบบก่อสร้าง — อ่านหัวข้อสุดท้ายว่าทำไม

คำถามแรกที่ลูกค้าโรงงานถามเราเกือบทุกราย คือ “เพดานสูง 8 เมตร ต้องใช้โคมไฟไฮเบย์ LED กี่วัตต์”
คำตอบตรงๆ คือ วัตต์ไม่ใช่คำตอบ เพราะโคมไฮเบย์ 200 วัตต์สองยี่ห้อให้แสงต่างกันได้ถึง 30% —
หน้านี้คำนวณให้ดูทีละขั้นว่า โรงงานของคุณต้องใช้โคมไฟไฮเบย์ LED กี่ตัว วางห่างกันกี่เมตร
และทำไม 150W กับ 200W ถึงให้ผลต่างกัน

สิ่งที่ต้องรู้จริงๆ มี 3 อย่าง คือ งานในโรงงานคุณต้องการกี่ลักซ์ ·
โคมที่จะใช้ให้กี่ลูเมน · และ พื้นที่กี่ตารางเมตร

ขั้นตอนการคำนวณจำนวนโคม 7 ขั้นคำนวณ 7 ขั้น จบใน 1 หน้า1หาระยะจริงHm = 8.00 − 0.757.25 ม.2Room IndexK = 1,000 ÷ 507.5K ≈ 2.03ตั้งค่าเผื่อUF 0.65 × MF 0.700.4554จำนวนโคม300,000 ÷ 10,92028 โคม5ตรวจย้อนกลับ(28×24,000×0.455)÷1,000306 ลักซ์6วางผัง7 แถว × 4 คอลัมน์7.14 × 5.00 ม.7โหลดไฟ28 × 200 วัตต์5.6 kW

โคมไฟไฮเบย์ LED โรงงาน ต้องได้กี่ลักซ์ตามกฎหมายไทย

ก่อนคำนวณต้องรู้เป้าก่อน และเป้าไม่ใช่ความรู้สึกว่า “สว่างพอ” แต่เป็นตัวเลขที่กฎหมายกำหนด
อ้างอิงจาก ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง มาตรฐานความเข้มของแสงสว่าง
(ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 ตอนพิเศษ 39 ง · 21 กุมภาพันธ์ 2561) ซึ่งออกตามกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2559

ค่าความสว่างที่กฎหมายไทยกำหนดในแต่ละพื้นที่ค่าความสว่างที่กฎหมายไทยกำหนด (ลักซ์)ลานจอดรถ ทางเดินภายนอก50จุดต่ำสุดห้ามต่ำกว่า 25ทางเดิน บันได ในอาคาร100จุดต่ำสุดห้ามต่ำกว่า 50คลังสินค้า · โกดัง · ลานขนถ่าย200จุดต่ำสุดห้ามต่ำกว่า 100โซนกระบวนการผลิต · เครื่องจักร300จุดต่ำสุดห้ามต่ำกว่า 150งานประกอบรถยนต์ (ที่จุดทำงาน)400–500วัดที่จุดทำงาน ไม่ใช่ทั้งพื้นที่ที่มา: ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง มาตรฐานความเข้มของแสงสว่าง (ราชกิจจานุเบกษา 21 ก.พ. 2561)

ค่าตามพื้นที่ — ต้องผ่านทั้งค่าเฉลี่ยและจุดที่ต่ำที่สุด ไม่ใช่ผ่านแค่ค่าเฉลี่ย

บริเวณ ค่าเฉลี่ย (ลักซ์) จุดต่ำสุด (ลักซ์)
บริเวณกระบวนการผลิต · ที่ทำงานกับเครื่องจักร · เตรียมการผลิต · บรรจุภัณฑ์ 300 150
คลังสินค้า · โกดังเก็บของเพื่อเคลื่อนย้าย · ลานขนถ่ายสินค้า · ห้องควบคุม 200 100
ห้องเก็บวัตถุดิบ 100 50
ทางเดิน บันได ทางเข้าห้องโถง (ภายในอาคาร) 100 50
ลานจอดรถ ทางเดิน บันได (ภายนอกอาคาร) 50 25

ค่าตามลักษณะงานที่ใช้สายตา — วัดที่ชิ้นงานหรือจุดทำงานจริง

ลักษณะงาน ตัวอย่าง ลักซ์
งานหยาบ ประกอบ/นับ/ตรวจของชิ้นใหญ่ · ตีเหล็ก เชื่อมเหล็ก 200–300
งานละเอียดเล็กน้อย (ชิ้นงานปานกลาง) 300–400
งานละเอียดเล็กน้อย (ชิ้นงาน ≥125 ไมครอน) งานประกอบรถยนต์และตัวถัง · งานสำนักงาน 400–500
งานละเอียดปานกลาง พ่นสี · ขัดตกแต่งละเอียด · ตรวจขั้นสุดท้ายโรงผลิตรถยนต์ 500–600
งานละเอียดสูง 700–1,200

จุดที่คนเข้าใจผิดบ่อยที่สุด และทำให้จ่ายเกินโดยไม่จำเป็น
“งานประกอบ” ไม่ได้อยู่ในกลุ่ม “งานละเอียดปานกลาง” โดยอัตโนมัติ —
งานประกอบชิ้นส่วนขนาดกลางอย่างงานประกอบรถยนต์ กฎหมายจัดอยู่ในกลุ่ม
“งานละเอียดเล็กน้อย” คือ 400–500 ลักซ์ เฉพาะที่จุดทำงาน
ส่วนแสงพื้นที่ทั่วไปของโซนผลิตต้องได้แค่ เฉลี่ย 300 ลักซ์ · จุดต่ำสุดไม่ต่ำกว่า 150 ลักซ์
การหยิบ 500–600 ไปใช้ทั้งโรงงาน ทำให้ซื้อโคมเกินความจำเป็นเกือบสองเท่า

วัดที่ระดับไหน: พื้นที่ทั่วไปและบริเวณการผลิต วัดในแนวระนาบ สูงจากพื้น 75 เซนติเมตร
ส่วนจุดที่ใช้สายตาทำงาน ให้วัดที่ชิ้นงานจริง
(ข้อกำหนดเรื่องวิธีวัดอยู่ในประกาศคนละฉบับ คือ ประกาศกรมสวัสดิการฯ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการตรวจวัดฯ พ.ศ. 2561 ข้อ 9)

สูตรคำนวณจำนวนโคมไฮเบย์ และกับดักที่ทำให้ผิดทั้งผัง

วิธีที่ใช้ประมาณจำนวนโคมเรียกว่า Lumen Method

สูตรย่อที่เห็นทั่วไป ทำให้ซื้อโคมน้อยกว่าที่ต้องใช้

สูตรที่เจอบ่อยที่สุดคือ จำนวนโคม = (พื้นที่ × ลักซ์) ÷ ลูเมนต่อโคม
สูตรนี้ให้ค่าต่ำกว่าความจริงมาก เพราะไม่ได้เผื่อ 2 อย่างที่เกิดขึ้นจริงเสมอ คือ
แสงที่ถูกผนัง เพดาน และชั้นวางของดูดกลืนไป (UF) กับแสงที่ลดลงตามเวลาจากฝุ่นและ LED เสื่อม (MF)

วิธีคำนวณ ได้กี่โคม ผลที่เกิดขึ้นจริงในโรงงาน
สูตรย่อ ไม่เผื่อค่าใดเลย 13 โคม 🔴 ได้จริงราว 142 ลักซ์ = 47% ของเป้า — ตกเกณฑ์กฎหมายตั้งแต่วันติดตั้ง
เผื่อ UF 0.65 และ MF 0.70 28 โคม 🟢 ได้ราว 306 ลักซ์ ตามที่ต้องการ และยังพอเมื่อโคมเริ่มเสื่อม

โจทย์เดียวกันทั้งสองแถว: 1,000 ตร.ม. · เป้า 300 ลักซ์ · โคม 24,000 ลูเมน

ต่างกันมากกว่าเท่าตัว — นี่คือสาเหตุอันดับหนึ่งที่โรงงานติดไฟใหม่แล้วยัง “รู้สึกมืด”
ทั้งที่คำนวณมาแล้ว · ใครเสนอราคาให้คุณด้วยตัวเลขที่ถูกผิดปกติ ให้ถามก่อนว่าเผื่อ UF กับ MF ไว้เท่าไร

สูตร ความหมาย
N = (E × A) / (Φ × UF × MF) N = จำนวนโคม · E = ลักซ์ที่ต้องการ · A = พื้นที่ (ตร.ม.) · Φ = ลูเมนต่อโคม
K = (L × W) / ((L + W) × Hm) K = Room Index · L,W = ยาว,กว้าง · Hm = ระยะจากโคมถึงระนาบทำงาน

กับดักที่พลาดกันมากที่สุด — Hm ไม่ใช่ความสูงเพดาน
เพดานสูง 8 เมตร แต่ระนาบทำงานอยู่ที่ 0.75 เมตร ดังนั้น Hm = 8.00 − 0.75 = 7.25 เมตร
ถ้าเอา 8.00 ไปคำนวณ Room Index จะเพี้ยน และระยะห่างระหว่างโคมจะผิดไปทั้งผัง

ภาพตัดแสดงระยะโคมเหนือระนาบทำงาน 7.25 เมตรระยะที่ใช้คำนวณ ไม่ใช่ความสูงเพดานเพดาน / โครงหลังคาพื้นโรงงานระนาบทำงาน สูงจากพื้น 0.75 ม.8.00 ม.Hm7.25 ม.Hm = 8.00 − 0.75 = 7.25 ม. — ใช้ 8.00 ผังวางโคมจะผิดทั้งผัง

UF และ MF คืออะไร และทำไมห้ามเชื่อค่ากลาง

UF (Utilization Factor) = สัดส่วนแสงที่ออกจากโคมแล้วตกถึงระนาบทำงานจริง
UF ไม่ใช่ค่าประจำชนิดโคม แต่อ่านจากตาราง UF ของโคมรุ่นนั้นๆ ซึ่งได้จากการวัด photometric
ขึ้นกับการกระจายแสงของโคม · Room Index · และค่าสะท้อนของเพดาน ผนัง พื้น

MF (Maintenance Factor) = ตัวเผื่อว่าแสงจะลดลงตามเวลา ทั้งจากฝุ่นเกาะโคมและจาก LED เสื่อม
ค่านี้สำคัญเพราะกฎหมายวัดตอนตรวจจริง ไม่ได้วัดตอนโคมใหม่

ส่วนประกอบที่มีตารางอ้างอิงชัดเจนคือ LMF (ฝุ่นเกาะโคม) จาก CIE 097:2005 Table 3.4

ชนิดโคม โรงงานทั่วไป/โกดัง
(ล้างทุก 2 ปี)
งานฝุ่นเยอะ เชื่อม ขัด หล่อ งานไม้
(ค่านี้คิดที่รอบล้าง 2 ปีเช่นกัน — CIE แนะนำให้ล้างปีละครั้ง)
โคมปิดกันฝุ่น IP5X ขึ้นไป (UFO IP65) 0.86 0.81
โคมเปิดระบายอากาศ (โคมไฮเบย์แบบรีเฟลกเตอร์ IP20) 0.80 0.75
โคมปิดไม่ระบายอากาศ 0.69 0.59

ค่าที่บทความนี้ใช้ และเหตุผล — ประกาศให้ตรวจได้:

  • UF = 0.65 — ค่าตั้งต้นสำหรับโคมแสงตรง ที่ Room Index ≈ 2 ในโรงงานหลังคาเหล็กเปลือย (ค่าสะท้อนต่ำ)
    ต้องขอตาราง UF หรือไฟล์ IES ของโคมรุ่นที่จะใช้จริงจากผู้ผลิตเพื่อยืนยัน
  • MF = 0.70 — มาจาก LMF 0.86 (CIE 097 โคม IP65 โรงงานทั่วไป ล้างทุก 2 ปี) คูณกับตัวประกอบอื่นแล้วปัดลงเพื่อความปลอดภัย
    ถ้าโรงงานฝุ่นเยอะ หรือไม่ได้ล้างโคมสม่ำเสมอ ให้ลดลงเหลือ 0.60 หรือต่ำกว่า

อย่าใช้ MF = 0.8 ลอยๆ ตัวเลขนั้นเป็นค่าสมัยหลอด HID ในอาคารสะอาด ใช้กับโรงงานไทยแล้วจะได้แสงไม่พอจริง

ตัวอย่างคำนวณจริง — โรงงาน 50 × 20 เมตร เพดานสูง 8 เมตร

โจทย์: โรงงาน 1,000 ตารางเมตร (50 × 20 ม.) เพดาน 8 เมตร โซนกระบวนการผลิต เป้าหมาย 300 ลักซ์เฉลี่ย

ขั้น คำนวณ ได้
1. ระยะโคมเหนือระนาบทำงาน Hm = 8.00 − 0.75 7.25 ม.
2. Room Index K = (50 × 20) / ((50 + 20) × 7.25) = 1,000 / 507.5 1.97 ≈ 2.0
3. เลือกค่าตั้งต้น UF = 0.65 · MF = 0.70 UF × MF = 0.455
4. จำนวนโคม (ใช้โคม 24,000 ลูเมน) N = (300 × 1,000) / (24,000 × 0.455) = 300,000 / 10,920 27.5 → 28 โคม
5. ตรวจย้อนกลับ E = (28 × 24,000 × 0.455) / 1,000 306 ลักซ์
(ถึงเป้าค่าเฉลี่ย — ยังไม่ได้ตรวจจุดต่ำสุด)
6. ผังวาง 7 แถว × 4 คอลัมน์ ตามยาว 50 ÷ 7 = 7.14 ม. · ตามกว้าง 20 ÷ 4 = 5.00 ม. ห่างผนัง 3.57 / 2.50 ม.
7. โหลดไฟฟ้า 28 × 200 วัตต์ 5.6 kW = 5.6 วัตต์/ตร.ม.

ผังวางโคมไฮเบย์ 28 ตัวในโรงงาน 50 คูณ 20 เมตรผังวางโคม 28 ตัว — โรงงาน 50 × 20 เมตร (1,000 ตร.ม.)ใช้โคม 24,000 ลูเมน · ได้ 306 ลักซ์เฉลี่ย (ค่าประมาณจาก Lumen Method) · โหลดไฟ 5.6 kW7.14 ม.3.575.00 ม.← ยาว 50 เมตร · 7 แถว →← กว้าง 20 เมตร · 4 คอลัมน์ →SHR ตามยาว = 7.14 ÷ 7.25 ≈ 0.98 · SHR ตามกว้าง = 5.00 ÷ 7.25 ≈ 0.69หารด้วย Hm (7.25 ม.) ไม่ใช่หารความสูงเพดาน — ต้องเทียบกับ SHRmax ของโคมรุ่นที่ใช้จริง

ข้อควรระวัง 2 ข้อของตัวอย่างนี้
1. ตัวอย่างใช้ MF 0.70 ซึ่งอิงโคมปิด IP65 — ถ้าเลือกโคมเปิดระบายอากาศ IP20
ต้องลด MF ลงตามตาราง LMF ด้านบน แล้วจำนวนโคมจะเพิ่มขึ้นราว 2 ตัว
2. คำนวณโดยถือว่าโคมอยู่ติดโครงหลังคา — ถ้าแขวนโคมต่ำลงมา ให้ลบระยะแขวนออกจาก Hm อีก

โคมไฟไฮเบย์ LED 200W รุ่นไหนใช้กี่ตัว — เทียบด้วยโจทย์เดียวกัน

นี่คือเหตุผลที่ “กี่วัตต์” ตอบไม่ได้ — โคม 200 วัตต์เท่ากันหมด แต่ใช้จำนวนไม่เท่ากัน
เพราะให้ลูเมนต่างกัน ตัวเลขทั้งหมดคำนวณจากโจทย์เดียวกัน (1,000 ตร.ม. · 300 ลักซ์ · UF 0.65 · MF 0.70)

เทียบจำนวนโคมที่ต้องใช้ของโคมไฮเบย์ 4 รุ่นโคม 200 วัตต์เท่ากันหมด แต่ใช้จำนวนไม่เท่ากันโจทย์เดียวกัน: 1,000 ตร.ม. · 300 ลักซ์ · UF 0.65 · MF 0.70Philips BY239P G226,000 ลูเมน26 โคม5.2 kWLIGHTO Highbay ECO24,000 ลูเมน28 โคม5.6 kWRICHLED Highbay Plus22,000 ลูเมน30 โคม6.0 kWLIGHTO UFO NERO20,000 ลูเมน33 โคม6.6 kWต่างกัน 7 โคม สำหรับงานเดียวกัน — วัตต์บอกแค่ค่าไฟ ไม่ได้บอกความสว่าง

รุ่น (200 วัตต์) ลูเมน lm/W IP มุมกระจาย ต้องใช้ โหลดไฟ
Philips BY239P G2 26,000 130 IP65 ลำแสงกว้าง
(เอกสารผู้ผลิตไม่ระบุองศา)
26 โคม 5.2 kW
LIGHTO Highbay ECO 24,000 120 IP20 120° 28 โคม 5.6 kW
RICHLED Highbay Plus 22,000 110 เลือกได้ 90° / 120° 30 โคม 6.0 kW
LIGHTO UFO NERO 20,000 100 IP65 90° 33 โคม 6.6 kW

ทั้ง 4 รุ่นข้างบนเป็นแค่ตัวอย่าง — ดูรุ่นทั้งหมดได้ที่หน้า
โคมไฟไฮเบย์ LED ทุกรุ่น
หรือเจาะเฉพาะกำลังไฟที่ใช้บ่อยที่สุดกับเพดาน 8 เมตร คือ
โคมไฮเบย์ LED 150W และ
โคมไฮเบย์ LED 200W

ต่างกัน 7 โคม ระหว่างตัวบนสุดกับล่างสุด สำหรับงานเดียวกัน
นี่คือส่วนที่การเทียบด้วยราคาต่อดวงอย่างเดียวมองไม่เห็น เพราะโคมที่ถูกกว่าต่อดวงอาจต้องใช้มากกว่า
บวกค่าติดตั้ง ค่าสายไฟ และค่าไฟรายเดือนที่สูงกว่าตลอดอายุการใช้งาน

ตารางนี้ไม่ได้บอกอะไรบ้าง

เราวางตัวเลขตามที่เป็นจริง ไม่ได้จัดให้แบรนด์ของเราชนะ — แต่มี 3 อย่างที่ตารางบอกไม่ได้
และเป็นเรื่องที่กระทบงานโครงการมากกว่าจำนวนโคม 2 ตัว:

  • 🕐 ของพร้อมส่งหรือต้องสั่ง — ข้อนี้กระทบกำหนดส่งมอบตรงที่สุด
    LIGHTO เป็นแบรนด์ของเราเอง เราถือสต็อกไว้ เช็คของได้ทันทีว่ามีกี่ตัว
    ส่วนแบรนด์อื่นที่เราจัดจำหน่าย เราสั่งเข้ามาตามออเดอร์ จึงต้องเผื่อเวลาสั่งของ
    งานโครงการที่มีกำหนดส่งมอบ ให้แจ้งวันที่ต้องใช้มาด้วย เราเช็คของให้ก่อนเสนอราคา
    จะได้ไม่ไปติดตอนสั่งจริง
  • 🔧 เคลมง่ายแค่ไหน ตอนเสียปีที่ 3 — LIGHTO เป็นแบรนด์เราเอง ดูแลการรับประกันเองได้
    ไม่ต้องส่งเรื่องผ่านตัวแทนหลายทอด · แบรนด์อื่นเราดูแลให้เหมือนกัน แต่เงื่อนไขเป็นของผู้ผลิต
  • 🔁 อีก 3 ปีมีของรุ่นเดิมให้เปลี่ยนไหม — เปลี่ยนโคมเสีย 2 ตัวแล้วได้คนละรุ่น
    คนละอุณหภูมิสี ทั้งโรงงานจะเห็นความต่างทันที · ของที่มีสต็อกต่อเนื่องได้เปรียบข้อนี้

เราขายทุกแบรนด์ในตารางนี้ — บอกโจทย์มาพร้อมวันที่ต้องใช้
เราเสนอให้ทั้งทางที่ประหยัดจำนวนโคมที่สุด และทางที่ได้ของทันกำหนด แล้วให้คุณเลือกเอง

เรื่องค่า IP ที่ต้องดูก่อนตัดสินใจ

LIGHTO Highbay ECO และ Flex เป็น IP20 — ไม่กันฝุ่น ไม่กันน้ำ
เหมาะกับพื้นที่ในร่มที่แห้งและฝุ่นไม่หนา เช่น โรงประกอบทั่วไป คลังสินค้าปิด
ถ้าโรงงานคุณมีฝุ่นหนา ไอน้ำ ละอองน้ำมัน หรือเป็นพื้นที่กึ่งเปิด ต้องใช้รุ่น IP65
เช่น UFO NERO หรือ Philips BY239P G2 แล้วคำนวณใหม่ด้วยลูเมนของรุ่นนั้น

เลือกค่า IP ผิดคือความผิดพลาดที่แพงที่สุดในงานนี้ เพราะโคมเสี่ยงเสียก่อนอายุที่ผู้ผลิตระบุ
และการเปลี่ยนโคมที่ความสูง 8 เมตรต้องใช้รถกระเช้าทุกครั้ง
ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้อยู่ในใบเสนอราคาตอนซื้อ

เพดาน 8 เมตร ใช้โคมไฮเบย์ 150W ได้ไหม ต้องใช้กี่ตัว

ได้ครับ แต่ต้องใช้จำนวนมากกว่า และนี่คือจุดที่การเทียบด้วยราคาต่อดวงมองไม่เห็น
ใช้โจทย์เดิมทุกอย่าง (1,000 ตร.ม. · 300 ลักซ์ · UF 0.65 · MF 0.70) กับ
โคมไฮเบย์ LED 150W รุ่น LIGHTO Highbay ECO ที่ให้ 18,000 ลูเมน

ใช้โคม คำนวณ จำนวนที่ต้องใช้ ผังวาง โหลดไฟ
200 วัตต์ (24,000 ลูเมน) 300,000 ÷ (24,000 × 0.455) 28 โคม 7 × 4 (7.14 × 5.00 ม.) 5.6 kW
150 วัตต์ (18,000 ลูเมน) 300,000 ÷ (18,000 × 0.455) 37 โคม → ใช้ 40
(ผัง 9×4 = 36 ตัว ได้ 295 ลักซ์ ตกเป้า จึงขึ้นเป็น 10×4)
10 × 4 (5.00 × 5.00 ม.) 6.0 kW

สรุปให้ตัดสินใจได้เลย
150W ใช้ได้จริงที่เพดาน 8 เมตร — ผัง 10 × 4 ได้ 328 ลักซ์ · SHR 0.69 ทั้งสองแนว
สิ่งที่ต่างจริงคือ จุดแขวนเพิ่มอีก 12 จุด (40 เทียบกับ 28)
ซึ่งพ่วงงานติดตั้ง สายไฟ และรางแขวนที่เพิ่มตามจำนวนจุด — ควรเอาไปรวมในการเทียบราคา ไม่ใช่ดูแค่ราคาต่อดวง

เรื่องค่าไฟต้องพูดให้ตรง: LIGHTO ECO ทั้งสองขนาดมีประสิทธิภาพเท่ากันที่ 120 lm/W
(18,000 ÷ 150 = 24,000 ÷ 200 = 120) ตัวเลข 6.0 kW ที่สูงกว่า 5.6 kW
ไม่ได้แปลว่าโคมกินไฟกว่า แต่มาจากการปัดจำนวนโคมขึ้นเป็น 40 ตัวให้ผังลงตัว
ซึ่งได้แสงเพิ่มเป็น 328 ลักซ์ด้วย — คิดเป็นแสงต่อกิโลวัตต์แล้วเท่ากันทั้งคู่ที่ 54.6 ลักซ์/kW

เลือกยังไง: 200 วัตต์ = จุดแขวนน้อยกว่า งานติดตั้งเบากว่า ·
150 วัตต์ = แขวนถี่กว่า แสงสม่ำเสมอกว่าเล็กน้อย (SHR 0.69 ทั้งสองแนว เทียบกับ 0.98 × 0.69)

เพดานสูงเท่านี้ คนนิยมใช้กี่วัตต์

ตารางนี้ไม่ใช่คำตอบ — เป็นแค่จุดตั้งต้นเพื่อแคบตัวเลือกให้เหลือไม่กี่รุ่นก่อนคำนวณจริง
เพราะยิ่งเพดานสูง แสงยิ่งกระจายก่อนถึงพื้น จึงต้องใช้กำลังไฟมากขึ้นต่อจุด หรือวางโคมถี่ขึ้น
ตัวเลขสุดท้ายยังต้องมาจากลูเมนและการคำนวณตามหัวข้อข้างบนเสมอ

ความสูงติดตั้งโดยประมาณ กำลังไฟที่นิยมใช้ ตัวอย่างพื้นที่
3–5 เมตร 50W · 80W โรงจอดรถ · โกดังเล็ก · ห้องเครื่อง
5–7 เมตร 100W โกดังขนาดกลาง · คลังสินค้าชั้นวางไม่สูง
6–8 เมตร 150W โรงงานและคลังสินค้าทั่วไป — พบมากที่สุดในไทย
8–10 เมตร 200W โรงงานเพดานสูง · ชั้นวางสูง · โรงซ่อมเครื่องจักร ← ตัวอย่างในหน้านี้
9–11 เมตร 250W อาคารเพดานสูงที่ต้องการแสงมากต่อจุด
10–12 เมตร 300W โรงงานขนาดใหญ่ · คลังสินค้าสูง
12–15 เมตร 400W อาคารอุตสาหกรรมเพดานสูงมาก

สังเกตว่า 8 เมตรคาบเกี่ยว 2 ช่วง — ใช้ได้ทั้ง 150W และ 200W ซึ่งตรงกับที่คำนวณไว้ข้างบน
(150W ใช้ 40 ตัว · 200W ใช้ 28 ตัว) ความสูงบอกได้แค่ว่าควรดูรุ่นไหนก่อน ไม่ได้บอกว่าต้องใช้กี่ตัว

ติดโคมไฮเบย์ห่างกันกี่เมตร ถึงจะไม่เป็นหย่อม

ค่าที่ใช้ตัดสินเรียกว่า SHR (Spacing to Height Ratio)

SHR = ระยะห่างระหว่างจุดศูนย์กลางโคม ÷ Hm — หารด้วยระยะโคมเหนือระนาบทำงาน ไม่ใช่หารความสูงเพดาน

จากตัวอย่างข้างบน ผัง 7 × 4 ที่ Hm = 7.25 ม. ได้:

  • ตามยาว 7.14 ม. → SHR = 7.14 ÷ 7.25 ≈ 0.98
  • ตามกว้าง 5.00 ม. → SHR = 5.00 ÷ 7.25 ≈ 0.69

ต้องพูดตรงๆ ว่า: ระยะห่างสูงสุดที่วางได้โดยแสงยังสม่ำเสมอ เรียกว่า SHRmax
และมันเป็นค่าเฉพาะของโคมแต่ละรุ่น ที่ระบุอยู่ในเอกสาร photometric ของรุ่นนั้น
ไม่มีตัวเลขกลางที่ใช้ได้กับทุกโคม และไม่ได้ผูกกับมุมกระจายแสงแบบตายตัว —
โคม 120° สองรุ่นมี SHRmax ไม่เท่ากันได้

ถ้าเจอเว็บที่บอกว่า “มุม 120° ให้วางห่าง 1.3–1.5 เท่าของความสูง” ให้ระวัง เพราะเป็นค่าที่ไม่มีมาตรฐานรองรับ
วิธีที่ถูกคือขอ SHRmax จากผู้ผลิตของรุ่นที่จะใช้จริง แล้วเทียบกับ SHR ในผังของคุณ

5 ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยที่สุดหน้างาน

  1. เอาความสูงเพดานไปหาร SHR — ต้องใช้ Hm (ลบระนาบทำงาน 0.75 ม. ออกก่อน) ไม่งั้นวางโคมห่างเกินจริง
  2. คิดว่าผ่านค่าเฉลี่ยแล้วผ่านกฎหมาย — กฎหมายบังคับทั้งค่าเฉลี่ยและจุดต่ำสุด มุมห้องมักตกเกณฑ์
  3. ใช้ MF 0.8 หรือไม่ใส่ MF เลย — ปีแรกสว่างพอ ปีที่สามวัดแล้วไม่ผ่าน
  4. เลือก IP20 เพราะถูกกว่า ทั้งที่หน้างานมีฝุ่นหนาหรือความชื้น
    IP20 ออกแบบมาสำหรับพื้นที่ในร่มที่แห้งและสะอาดเท่านั้น ใช้ผิดที่คือเสี่ยงเสียก่อนอายุที่ระบุ
    และการเปลี่ยนที่ความสูง 8 เมตรต้องบวกค่ารถกระเช้าทุกครั้ง
  5. เทียบโคมด้วยวัตต์ — ต้องเทียบด้วยลูเมนและ lm/W เพราะวัตต์บอกแค่ค่าไฟ ไม่ได้บอกความสว่าง

สิ่งที่การคำนวณแบบนี้ทำให้คุณไม่ได้

เราขอบอกข้อจำกัดตรงๆ ดีกว่าให้คุณเอาไปใช้ผิดแล้วเสียหาย

  • Lumen Method ให้ค่าเฉลี่ยทั้งพื้นที่เท่านั้น ยังไม่ใช่การรับรองว่าผ่านกฎหมาย
    เพราะกฎหมายบังคับจุดต่ำสุดด้วย ซึ่งต้องคำนวณแบบจุดต่อจุด แล้ววัดจริงหลังติดตั้งอีกครั้ง
    มุมห้องกับใต้ชั้นวางของคือจุดที่มักตกเกณฑ์
    ส่วนนี้เราทำให้ได้ด้วย DIALux ซึ่งเป็นโปรแกรมจำลองแสงมาตรฐานที่ใช้กันในงานออกแบบแสงสว่าง —
    ได้ผังการกระจายแสงจริง ค่าลักซ์ทุกจุด และไฟล์ให้แนบเอกสารจัดซื้อ ดูหัวข้อถัดไป
  • ค่า UF และ MF ที่ใช้เป็นค่าตั้งต้น ต้องแทนที่ด้วยค่าจริงของโคมรุ่นที่เลือกและสภาพโรงงานจริง
  • ตัวเลขนี้ใช้ประมาณจำนวนโคมและตั้งงบได้ดี แต่ใช้เป็นแบบก่อสร้างไม่ได้

ส่งขนาดโรงงานมา เราออกแบบแสงสว่างและคำนวณจำนวนโคมให้ฟรี

บริการนี้คือ
งานรับออกแบบแสงสว่างโรงงานและโกดัง ที่เราทำให้ลูกค้าโครงการอยู่แล้ว

บอกมาแค่ 3 อย่าง

  1. ขนาดพื้นที่ (กว้าง × ยาว)
  2. ความสูงเพดาน
  3. งานที่ทำในพื้นที่นั้น

เราจะจำลองแสงด้วย DIALux แล้วส่งกลับไปให้ว่า
ต้องใช้โคมรุ่นไหน กี่ตัว วางผังยังไง ได้กี่ลักซ์ทุกจุด และโหลดไฟเท่าไร
ไม่ใช่แค่ค่าเฉลี่ยแบบที่คำนวณในหน้านี้ แต่เป็นค่าจุดต่อจุดที่ใช้ยื่นเอกสารได้
พร้อมใบเสนอราคาและเอกสารประกอบการจัดซื้อ

LINE: @swclighting  · 
โทร: 062-259-5635 · 098-902-8382
จันทร์–เสาร์ 08:30–17:30 น.

อ่านต่อ: มอก.1955-2551 คืออะไร ทำไมโคมไฟ LED ควรมีมาตรฐานนี้
— สำคัญมากถ้าเป็นงานราชการหรืองานที่ต้องยื่นเอกสารจัดซื้อ

แหล่งอ้างอิง

  • ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง มาตรฐานความเข้มของแสงสว่าง — ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 ตอนพิเศษ 39 ง (21 กุมภาพันธ์ 2561)
  • ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทำงานฯ พ.ศ. 2561 ข้อ 9 (ระดับการวัด 75 ซม.)
  • CIE 097:2005 — Luminaire Maintenance Factor Determination Tables (Table 3.4)
  • ค่าลูเมนของสินค้าอ้างจากหน้าสินค้าบน swclighting.com และเอกสารผู้ผลิต (Signify สำหรับ Philips BY239P G2)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *