คำตอบเร็ว — โรงงาน 1,000 ตร.ม. เพดาน 8 เมตร ใช้โคมไฟไฮเบย์ LED กี่ตัว
โซนกระบวนการผลิตทั่วไป ที่กฎหมายกำหนด 300 ลักซ์:
- ใช้โคมไฟไฮเบย์ LED 200 วัตต์ ประมาณ 26–33 ตัว ขึ้นกับว่าโคมรุ่นนั้นให้กี่ลูเมน
- หรือโคมไฮเบย์ LED 150 วัตต์ ก็ทำได้ ใช้ราว 37–49 ตัว ขึ้นกับลูเมนของรุ่นนั้นเช่นกัน —
จุดแขวนมากกว่า ส่วนค่าไฟขึ้นกับ lm/W ของรุ่นที่เลือก ไม่ได้ขึ้นกับว่าเป็น 150 หรือ 200 วัตต์ - ถ้าห้องเป็น 50 × 20 เมตร และเลือกโคม 24,000 ลูเมน (ใช้ 28 ตัว)
วางเป็นตาราง 7 แถว × 4 คอลัมน์ ห่างกัน 7.14 × 5.00 เมตร — ห้องสัดส่วนอื่นต้องจัดผังใหม่ - โหลดไฟรวม 5.2–6.6 kW (เฉพาะทางเลือก 200 วัตต์)
คำนวณที่ UF 0.65 · MF 0.70 ซึ่งเป็นค่าตั้งต้น ไม่ใช่ค่าของโคมรุ่นใดรุ่นหนึ่ง
ตัวเลขนี้ใช้ตั้งงบได้ แต่ยังไม่ใช่แบบก่อสร้าง — อ่านหัวข้อสุดท้ายว่าทำไม
คำถามแรกที่ลูกค้าโรงงานถามเราเกือบทุกราย คือ “เพดานสูง 8 เมตร ต้องใช้โคมไฟไฮเบย์ LED กี่วัตต์”
คำตอบตรงๆ คือ วัตต์ไม่ใช่คำตอบ เพราะโคมไฮเบย์ 200 วัตต์สองยี่ห้อให้แสงต่างกันได้ถึง 30% —
หน้านี้คำนวณให้ดูทีละขั้นว่า โรงงานของคุณต้องใช้โคมไฟไฮเบย์ LED กี่ตัว วางห่างกันกี่เมตร
และทำไม 150W กับ 200W ถึงให้ผลต่างกัน
สิ่งที่ต้องรู้จริงๆ มี 3 อย่าง คือ งานในโรงงานคุณต้องการกี่ลักซ์ ·
โคมที่จะใช้ให้กี่ลูเมน · และ พื้นที่กี่ตารางเมตร
โคมไฟไฮเบย์ LED โรงงาน ต้องได้กี่ลักซ์ตามกฎหมายไทย
ก่อนคำนวณต้องรู้เป้าก่อน และเป้าไม่ใช่ความรู้สึกว่า “สว่างพอ” แต่เป็นตัวเลขที่กฎหมายกำหนด
อ้างอิงจาก ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง มาตรฐานความเข้มของแสงสว่าง
(ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 ตอนพิเศษ 39 ง · 21 กุมภาพันธ์ 2561) ซึ่งออกตามกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2559
ค่าตามพื้นที่ — ต้องผ่านทั้งค่าเฉลี่ยและจุดที่ต่ำที่สุด ไม่ใช่ผ่านแค่ค่าเฉลี่ย
| บริเวณ | ค่าเฉลี่ย (ลักซ์) | จุดต่ำสุด (ลักซ์) |
|---|---|---|
| บริเวณกระบวนการผลิต · ที่ทำงานกับเครื่องจักร · เตรียมการผลิต · บรรจุภัณฑ์ | 300 | 150 |
| คลังสินค้า · โกดังเก็บของเพื่อเคลื่อนย้าย · ลานขนถ่ายสินค้า · ห้องควบคุม | 200 | 100 |
| ห้องเก็บวัตถุดิบ | 100 | 50 |
| ทางเดิน บันได ทางเข้าห้องโถง (ภายในอาคาร) | 100 | 50 |
| ลานจอดรถ ทางเดิน บันได (ภายนอกอาคาร) | 50 | 25 |
ค่าตามลักษณะงานที่ใช้สายตา — วัดที่ชิ้นงานหรือจุดทำงานจริง
| ลักษณะงาน | ตัวอย่าง | ลักซ์ |
|---|---|---|
| งานหยาบ | ประกอบ/นับ/ตรวจของชิ้นใหญ่ · ตีเหล็ก เชื่อมเหล็ก | 200–300 |
| งานละเอียดเล็กน้อย (ชิ้นงานปานกลาง) | — | 300–400 |
| งานละเอียดเล็กน้อย (ชิ้นงาน ≥125 ไมครอน) | งานประกอบรถยนต์และตัวถัง · งานสำนักงาน | 400–500 |
| งานละเอียดปานกลาง | พ่นสี · ขัดตกแต่งละเอียด · ตรวจขั้นสุดท้ายโรงผลิตรถยนต์ | 500–600 |
| งานละเอียดสูง | — | 700–1,200 |
จุดที่คนเข้าใจผิดบ่อยที่สุด และทำให้จ่ายเกินโดยไม่จำเป็น
“งานประกอบ” ไม่ได้อยู่ในกลุ่ม “งานละเอียดปานกลาง” โดยอัตโนมัติ —
งานประกอบชิ้นส่วนขนาดกลางอย่างงานประกอบรถยนต์ กฎหมายจัดอยู่ในกลุ่ม
“งานละเอียดเล็กน้อย” คือ 400–500 ลักซ์ เฉพาะที่จุดทำงาน
ส่วนแสงพื้นที่ทั่วไปของโซนผลิตต้องได้แค่ เฉลี่ย 300 ลักซ์ · จุดต่ำสุดไม่ต่ำกว่า 150 ลักซ์
การหยิบ 500–600 ไปใช้ทั้งโรงงาน ทำให้ซื้อโคมเกินความจำเป็นเกือบสองเท่า
วัดที่ระดับไหน: พื้นที่ทั่วไปและบริเวณการผลิต วัดในแนวระนาบ สูงจากพื้น 75 เซนติเมตร
ส่วนจุดที่ใช้สายตาทำงาน ให้วัดที่ชิ้นงานจริง
(ข้อกำหนดเรื่องวิธีวัดอยู่ในประกาศคนละฉบับ คือ ประกาศกรมสวัสดิการฯ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการตรวจวัดฯ พ.ศ. 2561 ข้อ 9)
สูตรคำนวณจำนวนโคมไฮเบย์ และกับดักที่ทำให้ผิดทั้งผัง
วิธีที่ใช้ประมาณจำนวนโคมเรียกว่า Lumen Method
สูตรย่อที่เห็นทั่วไป ทำให้ซื้อโคมน้อยกว่าที่ต้องใช้
สูตรที่เจอบ่อยที่สุดคือ จำนวนโคม = (พื้นที่ × ลักซ์) ÷ ลูเมนต่อโคม
สูตรนี้ให้ค่าต่ำกว่าความจริงมาก เพราะไม่ได้เผื่อ 2 อย่างที่เกิดขึ้นจริงเสมอ คือ
แสงที่ถูกผนัง เพดาน และชั้นวางของดูดกลืนไป (UF) กับแสงที่ลดลงตามเวลาจากฝุ่นและ LED เสื่อม (MF)
| วิธีคำนวณ | ได้กี่โคม | ผลที่เกิดขึ้นจริงในโรงงาน |
|---|---|---|
| สูตรย่อ ไม่เผื่อค่าใดเลย | 13 โคม | 🔴 ได้จริงราว 142 ลักซ์ = 47% ของเป้า — ตกเกณฑ์กฎหมายตั้งแต่วันติดตั้ง |
| เผื่อ UF 0.65 และ MF 0.70 | 28 โคม | 🟢 ได้ราว 306 ลักซ์ ตามที่ต้องการ และยังพอเมื่อโคมเริ่มเสื่อม |
โจทย์เดียวกันทั้งสองแถว: 1,000 ตร.ม. · เป้า 300 ลักซ์ · โคม 24,000 ลูเมน
ต่างกันมากกว่าเท่าตัว — นี่คือสาเหตุอันดับหนึ่งที่โรงงานติดไฟใหม่แล้วยัง “รู้สึกมืด”
ทั้งที่คำนวณมาแล้ว · ใครเสนอราคาให้คุณด้วยตัวเลขที่ถูกผิดปกติ ให้ถามก่อนว่าเผื่อ UF กับ MF ไว้เท่าไร
| สูตร | ความหมาย |
|---|---|
| N = (E × A) / (Φ × UF × MF) | N = จำนวนโคม · E = ลักซ์ที่ต้องการ · A = พื้นที่ (ตร.ม.) · Φ = ลูเมนต่อโคม |
| K = (L × W) / ((L + W) × Hm) | K = Room Index · L,W = ยาว,กว้าง · Hm = ระยะจากโคมถึงระนาบทำงาน |
กับดักที่พลาดกันมากที่สุด — Hm ไม่ใช่ความสูงเพดาน
เพดานสูง 8 เมตร แต่ระนาบทำงานอยู่ที่ 0.75 เมตร ดังนั้น Hm = 8.00 − 0.75 = 7.25 เมตร
ถ้าเอา 8.00 ไปคำนวณ Room Index จะเพี้ยน และระยะห่างระหว่างโคมจะผิดไปทั้งผัง
UF และ MF คืออะไร และทำไมห้ามเชื่อค่ากลาง
UF (Utilization Factor) = สัดส่วนแสงที่ออกจากโคมแล้วตกถึงระนาบทำงานจริง
UF ไม่ใช่ค่าประจำชนิดโคม แต่อ่านจากตาราง UF ของโคมรุ่นนั้นๆ ซึ่งได้จากการวัด photometric
ขึ้นกับการกระจายแสงของโคม · Room Index · และค่าสะท้อนของเพดาน ผนัง พื้น
MF (Maintenance Factor) = ตัวเผื่อว่าแสงจะลดลงตามเวลา ทั้งจากฝุ่นเกาะโคมและจาก LED เสื่อม
ค่านี้สำคัญเพราะกฎหมายวัดตอนตรวจจริง ไม่ได้วัดตอนโคมใหม่
ส่วนประกอบที่มีตารางอ้างอิงชัดเจนคือ LMF (ฝุ่นเกาะโคม) จาก CIE 097:2005 Table 3.4
| ชนิดโคม | โรงงานทั่วไป/โกดัง (ล้างทุก 2 ปี) |
งานฝุ่นเยอะ เชื่อม ขัด หล่อ งานไม้ (ค่านี้คิดที่รอบล้าง 2 ปีเช่นกัน — CIE แนะนำให้ล้างปีละครั้ง) |
|---|---|---|
| โคมปิดกันฝุ่น IP5X ขึ้นไป (UFO IP65) | 0.86 | 0.81 |
| โคมเปิดระบายอากาศ (โคมไฮเบย์แบบรีเฟลกเตอร์ IP20) | 0.80 | 0.75 |
| โคมปิดไม่ระบายอากาศ | 0.69 | 0.59 |
ค่าที่บทความนี้ใช้ และเหตุผล — ประกาศให้ตรวจได้:
- UF = 0.65 — ค่าตั้งต้นสำหรับโคมแสงตรง ที่ Room Index ≈ 2 ในโรงงานหลังคาเหล็กเปลือย (ค่าสะท้อนต่ำ)
ต้องขอตาราง UF หรือไฟล์ IES ของโคมรุ่นที่จะใช้จริงจากผู้ผลิตเพื่อยืนยัน - MF = 0.70 — มาจาก LMF 0.86 (CIE 097 โคม IP65 โรงงานทั่วไป ล้างทุก 2 ปี) คูณกับตัวประกอบอื่นแล้วปัดลงเพื่อความปลอดภัย
ถ้าโรงงานฝุ่นเยอะ หรือไม่ได้ล้างโคมสม่ำเสมอ ให้ลดลงเหลือ 0.60 หรือต่ำกว่า
อย่าใช้ MF = 0.8 ลอยๆ ตัวเลขนั้นเป็นค่าสมัยหลอด HID ในอาคารสะอาด ใช้กับโรงงานไทยแล้วจะได้แสงไม่พอจริง
ตัวอย่างคำนวณจริง — โรงงาน 50 × 20 เมตร เพดานสูง 8 เมตร
โจทย์: โรงงาน 1,000 ตารางเมตร (50 × 20 ม.) เพดาน 8 เมตร โซนกระบวนการผลิต เป้าหมาย 300 ลักซ์เฉลี่ย
| ขั้น | คำนวณ | ได้ |
|---|---|---|
| 1. ระยะโคมเหนือระนาบทำงาน | Hm = 8.00 − 0.75 | 7.25 ม. |
| 2. Room Index | K = (50 × 20) / ((50 + 20) × 7.25) = 1,000 / 507.5 | 1.97 ≈ 2.0 |
| 3. เลือกค่าตั้งต้น | UF = 0.65 · MF = 0.70 | UF × MF = 0.455 |
| 4. จำนวนโคม (ใช้โคม 24,000 ลูเมน) | N = (300 × 1,000) / (24,000 × 0.455) = 300,000 / 10,920 | 27.5 → 28 โคม |
| 5. ตรวจย้อนกลับ | E = (28 × 24,000 × 0.455) / 1,000 | 306 ลักซ์ (ถึงเป้าค่าเฉลี่ย — ยังไม่ได้ตรวจจุดต่ำสุด) |
| 6. ผังวาง 7 แถว × 4 คอลัมน์ | ตามยาว 50 ÷ 7 = 7.14 ม. · ตามกว้าง 20 ÷ 4 = 5.00 ม. | ห่างผนัง 3.57 / 2.50 ม. |
| 7. โหลดไฟฟ้า | 28 × 200 วัตต์ | 5.6 kW = 5.6 วัตต์/ตร.ม. |
ข้อควรระวัง 2 ข้อของตัวอย่างนี้
1. ตัวอย่างใช้ MF 0.70 ซึ่งอิงโคมปิด IP65 — ถ้าเลือกโคมเปิดระบายอากาศ IP20
ต้องลด MF ลงตามตาราง LMF ด้านบน แล้วจำนวนโคมจะเพิ่มขึ้นราว 2 ตัว
2. คำนวณโดยถือว่าโคมอยู่ติดโครงหลังคา — ถ้าแขวนโคมต่ำลงมา ให้ลบระยะแขวนออกจาก Hm อีก
โคมไฟไฮเบย์ LED 200W รุ่นไหนใช้กี่ตัว — เทียบด้วยโจทย์เดียวกัน
นี่คือเหตุผลที่ “กี่วัตต์” ตอบไม่ได้ — โคม 200 วัตต์เท่ากันหมด แต่ใช้จำนวนไม่เท่ากัน
เพราะให้ลูเมนต่างกัน ตัวเลขทั้งหมดคำนวณจากโจทย์เดียวกัน (1,000 ตร.ม. · 300 ลักซ์ · UF 0.65 · MF 0.70)
| รุ่น (200 วัตต์) | ลูเมน | lm/W | IP | มุมกระจาย | ต้องใช้ | โหลดไฟ |
|---|---|---|---|---|---|---|
| Philips BY239P G2 | 26,000 | 130 | IP65 | ลำแสงกว้าง (เอกสารผู้ผลิตไม่ระบุองศา) |
26 โคม | 5.2 kW |
| LIGHTO Highbay ECO | 24,000 | 120 | IP20 | 120° | 28 โคม | 5.6 kW |
| RICHLED Highbay Plus | 22,000 | 110 | — | เลือกได้ 90° / 120° | 30 โคม | 6.0 kW |
| LIGHTO UFO NERO | 20,000 | 100 | IP65 | 90° | 33 โคม | 6.6 kW |
ทั้ง 4 รุ่นข้างบนเป็นแค่ตัวอย่าง — ดูรุ่นทั้งหมดได้ที่หน้า
โคมไฟไฮเบย์ LED ทุกรุ่น
หรือเจาะเฉพาะกำลังไฟที่ใช้บ่อยที่สุดกับเพดาน 8 เมตร คือ
โคมไฮเบย์ LED 150W และ
โคมไฮเบย์ LED 200W
ต่างกัน 7 โคม ระหว่างตัวบนสุดกับล่างสุด สำหรับงานเดียวกัน
นี่คือส่วนที่การเทียบด้วยราคาต่อดวงอย่างเดียวมองไม่เห็น เพราะโคมที่ถูกกว่าต่อดวงอาจต้องใช้มากกว่า
บวกค่าติดตั้ง ค่าสายไฟ และค่าไฟรายเดือนที่สูงกว่าตลอดอายุการใช้งาน
ตารางนี้ไม่ได้บอกอะไรบ้าง
เราวางตัวเลขตามที่เป็นจริง ไม่ได้จัดให้แบรนด์ของเราชนะ — แต่มี 3 อย่างที่ตารางบอกไม่ได้
และเป็นเรื่องที่กระทบงานโครงการมากกว่าจำนวนโคม 2 ตัว:
- 🕐 ของพร้อมส่งหรือต้องสั่ง — ข้อนี้กระทบกำหนดส่งมอบตรงที่สุด
LIGHTO เป็นแบรนด์ของเราเอง เราถือสต็อกไว้ เช็คของได้ทันทีว่ามีกี่ตัว
ส่วนแบรนด์อื่นที่เราจัดจำหน่าย เราสั่งเข้ามาตามออเดอร์ จึงต้องเผื่อเวลาสั่งของ
งานโครงการที่มีกำหนดส่งมอบ ให้แจ้งวันที่ต้องใช้มาด้วย เราเช็คของให้ก่อนเสนอราคา
จะได้ไม่ไปติดตอนสั่งจริง - 🔧 เคลมง่ายแค่ไหน ตอนเสียปีที่ 3 — LIGHTO เป็นแบรนด์เราเอง ดูแลการรับประกันเองได้
ไม่ต้องส่งเรื่องผ่านตัวแทนหลายทอด · แบรนด์อื่นเราดูแลให้เหมือนกัน แต่เงื่อนไขเป็นของผู้ผลิต - 🔁 อีก 3 ปีมีของรุ่นเดิมให้เปลี่ยนไหม — เปลี่ยนโคมเสีย 2 ตัวแล้วได้คนละรุ่น
คนละอุณหภูมิสี ทั้งโรงงานจะเห็นความต่างทันที · ของที่มีสต็อกต่อเนื่องได้เปรียบข้อนี้
เราขายทุกแบรนด์ในตารางนี้ — บอกโจทย์มาพร้อมวันที่ต้องใช้
เราเสนอให้ทั้งทางที่ประหยัดจำนวนโคมที่สุด และทางที่ได้ของทันกำหนด แล้วให้คุณเลือกเอง
เรื่องค่า IP ที่ต้องดูก่อนตัดสินใจ
LIGHTO Highbay ECO และ Flex เป็น IP20 — ไม่กันฝุ่น ไม่กันน้ำ
เหมาะกับพื้นที่ในร่มที่แห้งและฝุ่นไม่หนา เช่น โรงประกอบทั่วไป คลังสินค้าปิด
ถ้าโรงงานคุณมีฝุ่นหนา ไอน้ำ ละอองน้ำมัน หรือเป็นพื้นที่กึ่งเปิด ต้องใช้รุ่น IP65
เช่น UFO NERO หรือ Philips BY239P G2 แล้วคำนวณใหม่ด้วยลูเมนของรุ่นนั้น
เลือกค่า IP ผิดคือความผิดพลาดที่แพงที่สุดในงานนี้ เพราะโคมเสี่ยงเสียก่อนอายุที่ผู้ผลิตระบุ
และการเปลี่ยนโคมที่ความสูง 8 เมตรต้องใช้รถกระเช้าทุกครั้ง
ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้อยู่ในใบเสนอราคาตอนซื้อ
เพดาน 8 เมตร ใช้โคมไฮเบย์ 150W ได้ไหม ต้องใช้กี่ตัว
ได้ครับ แต่ต้องใช้จำนวนมากกว่า และนี่คือจุดที่การเทียบด้วยราคาต่อดวงมองไม่เห็น
ใช้โจทย์เดิมทุกอย่าง (1,000 ตร.ม. · 300 ลักซ์ · UF 0.65 · MF 0.70) กับ
โคมไฮเบย์ LED 150W รุ่น LIGHTO Highbay ECO ที่ให้ 18,000 ลูเมน
| ใช้โคม | คำนวณ | จำนวนที่ต้องใช้ | ผังวาง | โหลดไฟ |
|---|---|---|---|---|
| 200 วัตต์ (24,000 ลูเมน) | 300,000 ÷ (24,000 × 0.455) | 28 โคม | 7 × 4 (7.14 × 5.00 ม.) | 5.6 kW |
| 150 วัตต์ (18,000 ลูเมน) | 300,000 ÷ (18,000 × 0.455) | 37 โคม → ใช้ 40 (ผัง 9×4 = 36 ตัว ได้ 295 ลักซ์ ตกเป้า จึงขึ้นเป็น 10×4) |
10 × 4 (5.00 × 5.00 ม.) | 6.0 kW |
สรุปให้ตัดสินใจได้เลย
150W ใช้ได้จริงที่เพดาน 8 เมตร — ผัง 10 × 4 ได้ 328 ลักซ์ · SHR 0.69 ทั้งสองแนว
สิ่งที่ต่างจริงคือ จุดแขวนเพิ่มอีก 12 จุด (40 เทียบกับ 28)
ซึ่งพ่วงงานติดตั้ง สายไฟ และรางแขวนที่เพิ่มตามจำนวนจุด — ควรเอาไปรวมในการเทียบราคา ไม่ใช่ดูแค่ราคาต่อดวง
เรื่องค่าไฟต้องพูดให้ตรง: LIGHTO ECO ทั้งสองขนาดมีประสิทธิภาพเท่ากันที่ 120 lm/W
(18,000 ÷ 150 = 24,000 ÷ 200 = 120) ตัวเลข 6.0 kW ที่สูงกว่า 5.6 kW
ไม่ได้แปลว่าโคมกินไฟกว่า แต่มาจากการปัดจำนวนโคมขึ้นเป็น 40 ตัวให้ผังลงตัว
ซึ่งได้แสงเพิ่มเป็น 328 ลักซ์ด้วย — คิดเป็นแสงต่อกิโลวัตต์แล้วเท่ากันทั้งคู่ที่ 54.6 ลักซ์/kW
เลือกยังไง: 200 วัตต์ = จุดแขวนน้อยกว่า งานติดตั้งเบากว่า ·
150 วัตต์ = แขวนถี่กว่า แสงสม่ำเสมอกว่าเล็กน้อย (SHR 0.69 ทั้งสองแนว เทียบกับ 0.98 × 0.69)
เพดานสูงเท่านี้ คนนิยมใช้กี่วัตต์
ตารางนี้ไม่ใช่คำตอบ — เป็นแค่จุดตั้งต้นเพื่อแคบตัวเลือกให้เหลือไม่กี่รุ่นก่อนคำนวณจริง
เพราะยิ่งเพดานสูง แสงยิ่งกระจายก่อนถึงพื้น จึงต้องใช้กำลังไฟมากขึ้นต่อจุด หรือวางโคมถี่ขึ้น
ตัวเลขสุดท้ายยังต้องมาจากลูเมนและการคำนวณตามหัวข้อข้างบนเสมอ
| ความสูงติดตั้งโดยประมาณ | กำลังไฟที่นิยมใช้ | ตัวอย่างพื้นที่ |
|---|---|---|
| 3–5 เมตร | 50W · 80W | โรงจอดรถ · โกดังเล็ก · ห้องเครื่อง |
| 5–7 เมตร | 100W | โกดังขนาดกลาง · คลังสินค้าชั้นวางไม่สูง |
| 6–8 เมตร | 150W | โรงงานและคลังสินค้าทั่วไป — พบมากที่สุดในไทย |
| 8–10 เมตร | 200W | โรงงานเพดานสูง · ชั้นวางสูง · โรงซ่อมเครื่องจักร ← ตัวอย่างในหน้านี้ |
| 9–11 เมตร | 250W | อาคารเพดานสูงที่ต้องการแสงมากต่อจุด |
| 10–12 เมตร | 300W | โรงงานขนาดใหญ่ · คลังสินค้าสูง |
| 12–15 เมตร | 400W | อาคารอุตสาหกรรมเพดานสูงมาก |
สังเกตว่า 8 เมตรคาบเกี่ยว 2 ช่วง — ใช้ได้ทั้ง 150W และ 200W ซึ่งตรงกับที่คำนวณไว้ข้างบน
(150W ใช้ 40 ตัว · 200W ใช้ 28 ตัว) ความสูงบอกได้แค่ว่าควรดูรุ่นไหนก่อน ไม่ได้บอกว่าต้องใช้กี่ตัว
ติดโคมไฮเบย์ห่างกันกี่เมตร ถึงจะไม่เป็นหย่อม
ค่าที่ใช้ตัดสินเรียกว่า SHR (Spacing to Height Ratio)
SHR = ระยะห่างระหว่างจุดศูนย์กลางโคม ÷ Hm — หารด้วยระยะโคมเหนือระนาบทำงาน ไม่ใช่หารความสูงเพดาน
จากตัวอย่างข้างบน ผัง 7 × 4 ที่ Hm = 7.25 ม. ได้:
- ตามยาว 7.14 ม. → SHR = 7.14 ÷ 7.25 ≈ 0.98
- ตามกว้าง 5.00 ม. → SHR = 5.00 ÷ 7.25 ≈ 0.69
ต้องพูดตรงๆ ว่า: ระยะห่างสูงสุดที่วางได้โดยแสงยังสม่ำเสมอ เรียกว่า SHRmax
และมันเป็นค่าเฉพาะของโคมแต่ละรุ่น ที่ระบุอยู่ในเอกสาร photometric ของรุ่นนั้น
ไม่มีตัวเลขกลางที่ใช้ได้กับทุกโคม และไม่ได้ผูกกับมุมกระจายแสงแบบตายตัว —
โคม 120° สองรุ่นมี SHRmax ไม่เท่ากันได้
ถ้าเจอเว็บที่บอกว่า “มุม 120° ให้วางห่าง 1.3–1.5 เท่าของความสูง” ให้ระวัง เพราะเป็นค่าที่ไม่มีมาตรฐานรองรับ
วิธีที่ถูกคือขอ SHRmax จากผู้ผลิตของรุ่นที่จะใช้จริง แล้วเทียบกับ SHR ในผังของคุณ
5 ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยที่สุดหน้างาน
- เอาความสูงเพดานไปหาร SHR — ต้องใช้ Hm (ลบระนาบทำงาน 0.75 ม. ออกก่อน) ไม่งั้นวางโคมห่างเกินจริง
- คิดว่าผ่านค่าเฉลี่ยแล้วผ่านกฎหมาย — กฎหมายบังคับทั้งค่าเฉลี่ยและจุดต่ำสุด มุมห้องมักตกเกณฑ์
- ใช้ MF 0.8 หรือไม่ใส่ MF เลย — ปีแรกสว่างพอ ปีที่สามวัดแล้วไม่ผ่าน
- เลือก IP20 เพราะถูกกว่า ทั้งที่หน้างานมีฝุ่นหนาหรือความชื้น —
IP20 ออกแบบมาสำหรับพื้นที่ในร่มที่แห้งและสะอาดเท่านั้น ใช้ผิดที่คือเสี่ยงเสียก่อนอายุที่ระบุ
และการเปลี่ยนที่ความสูง 8 เมตรต้องบวกค่ารถกระเช้าทุกครั้ง - เทียบโคมด้วยวัตต์ — ต้องเทียบด้วยลูเมนและ lm/W เพราะวัตต์บอกแค่ค่าไฟ ไม่ได้บอกความสว่าง
สิ่งที่การคำนวณแบบนี้ทำให้คุณไม่ได้
เราขอบอกข้อจำกัดตรงๆ ดีกว่าให้คุณเอาไปใช้ผิดแล้วเสียหาย
- Lumen Method ให้ค่าเฉลี่ยทั้งพื้นที่เท่านั้น ยังไม่ใช่การรับรองว่าผ่านกฎหมาย —
เพราะกฎหมายบังคับจุดต่ำสุดด้วย ซึ่งต้องคำนวณแบบจุดต่อจุด แล้ววัดจริงหลังติดตั้งอีกครั้ง
มุมห้องกับใต้ชั้นวางของคือจุดที่มักตกเกณฑ์
ส่วนนี้เราทำให้ได้ด้วย DIALux ซึ่งเป็นโปรแกรมจำลองแสงมาตรฐานที่ใช้กันในงานออกแบบแสงสว่าง —
ได้ผังการกระจายแสงจริง ค่าลักซ์ทุกจุด และไฟล์ให้แนบเอกสารจัดซื้อ ดูหัวข้อถัดไป - ค่า UF และ MF ที่ใช้เป็นค่าตั้งต้น ต้องแทนที่ด้วยค่าจริงของโคมรุ่นที่เลือกและสภาพโรงงานจริง
- ตัวเลขนี้ใช้ประมาณจำนวนโคมและตั้งงบได้ดี แต่ใช้เป็นแบบก่อสร้างไม่ได้
ส่งขนาดโรงงานมา เราออกแบบแสงสว่างและคำนวณจำนวนโคมให้ฟรี
บริการนี้คือ
งานรับออกแบบแสงสว่างโรงงานและโกดัง ที่เราทำให้ลูกค้าโครงการอยู่แล้ว
บอกมาแค่ 3 อย่าง
- ขนาดพื้นที่ (กว้าง × ยาว)
- ความสูงเพดาน
- งานที่ทำในพื้นที่นั้น
เราจะจำลองแสงด้วย DIALux แล้วส่งกลับไปให้ว่า
ต้องใช้โคมรุ่นไหน กี่ตัว วางผังยังไง ได้กี่ลักซ์ทุกจุด และโหลดไฟเท่าไร —
ไม่ใช่แค่ค่าเฉลี่ยแบบที่คำนวณในหน้านี้ แต่เป็นค่าจุดต่อจุดที่ใช้ยื่นเอกสารได้
พร้อมใบเสนอราคาและเอกสารประกอบการจัดซื้อ
LINE: @swclighting ·
โทร: 062-259-5635 · 098-902-8382
จันทร์–เสาร์ 08:30–17:30 น.
อ่านต่อ: มอก.1955-2551 คืออะไร ทำไมโคมไฟ LED ควรมีมาตรฐานนี้
— สำคัญมากถ้าเป็นงานราชการหรืองานที่ต้องยื่นเอกสารจัดซื้อ
แหล่งอ้างอิง
- ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง มาตรฐานความเข้มของแสงสว่าง — ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 ตอนพิเศษ 39 ง (21 กุมภาพันธ์ 2561)
- ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทำงานฯ พ.ศ. 2561 ข้อ 9 (ระดับการวัด 75 ซม.)
- CIE 097:2005 — Luminaire Maintenance Factor Determination Tables (Table 3.4)
- ค่าลูเมนของสินค้าอ้างจากหน้าสินค้าบน swclighting.com และเอกสารผู้ผลิต (Signify สำหรับ Philips BY239P G2)

